Skip to Content

eToro - รีวิวโบรกเกอร์และฟีดแบ็คจากนักลงทุน

regulation
ควบคุมโดย CySEC
(อนุญาต 109/10)
region
ให้บริการนักลงทุนจากประเทศไทย
rating
4.0
/ 5
ให้คะแนน: 5
รีวิว: 0
bonus
วัสดุการศึกษาฟรี
eToro ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 ในชื่อ RetailFX และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโซเชียลเทรดดิ้งชั้นนำของโลก โดยโบรกเกอร์นี้ได้นำแนวทางโซเชียลเทรดดิ้งเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมการเทรดฟอเรกซ์แบบสปอตในปี 2010 และได้ปฏิวัติวงการเทรดออนไลน์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แนวคิดเรื่องโซเชียลเทรดนี้เป็นการระดมความคิดจากนักลงทุนรายอื่นๆมาประกอบการตัดสินใจในการซื้อขาย นักลงทุนสามารถเชื่อมต่อกับนักลงทุนรายอื่นๆผ่านแพลตฟอร์มของ eToro เพื่อแบ่งปันประสบกรณ์กันและทำให้ได้ผลตอบแทนจากการซื้อขายที่ดีขึ้น อ่านฉบับเต็ม
เงื่อนไขในการซื้อขาย
สินทรัพย์ที่ซื้อขายได้:
กำไรของออปชัน:
เงินฝากขั้นต่ำ:
ปริมาณการซื้อขายขั้นต่ำ:
250
สูงถึง 200%
$-
$5
บัญชีทดลอง:
การลงทะเบียนออนไลน์:
บริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์:
บริการช่วยเหลือทางแชท:
มี
มี
+7-(495) 648-64-43
มี
สินทรัพย์ที่ซื้อขายได้:
250
กำไรของออปชัน:
สูงถึง 200%
เงินฝากขั้นต่ำ:
$-
ปริมาณการซื้อขายขั้นต่ำ:
$5
บัญชีทดลอง:
มี
การลงทะเบียนออนไลน์:
มี
บริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์:
+7-(495) 648-64-43
บริการช่วยเหลือทางแชท:
มี
การฝากและการถอน
a_webmoneyb_visac_mastercardd_bankf_skrillg_neteller
รีวิวเกี่ยวกับ eToro
คะแนนโบรกเกอร์: 3.9 / 5

1. ข้อมูลทั่วไป

eToro เป็นแพลตฟอร์มสำหรับโซเชียลเทรดดิ้งที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยพี่น้อง Ronen และ Yoni Assia กับหุ้นส่วนของพวกเขา David Ring โดยตอนนั้นใช้ชื่อว่า RetailFX และในปัจจุบัน eToro มีบริษัทย่อยอยู่ทั่วโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศไซปรัส บนชั้น 7 ของ Kanika International Business Center (KIBC) 4 Profiti Ilia Street, Germasogeia, Limassol และสำนักงานวิจัยและพัฒนาตั้งอยู่ที่ Tel Aviv ประเทศอิสราเอล และยังมีสำนักงานอยู่ที่สหราชอาณาจักร ที่ัชั้น 42 One Canada Square, Canary Wharf ในลอนดอน

ในประเทศไซปรัส eToro อยู่ภายใต้กฎข้อบังคับของ Cyprus Securities Exchange Commission (CySEC) และดำเนินการภายใต้ใบอนุญาต CIF #109/10 ส่วนการดำเนินการในลอนดอนนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ

Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร และนอกจากในไซปรัสและสหราชอาณาจักรแล้ว eToro ยังดำเนินการในออสเตรเลียด้วยการเป็นพันธมิตรกับ IC Markets และในสหรัฐอเมริกา eToro เป็นสมาชิกของ National Futures Association (NFA) จึงสามารถรับลูกค้าในสหรัฐฯได้อย่างถูกกฎหมาย และในวันนี้ eToro ให้บริการนักลงทุนกว่า 3 ล้านรายทั่วโลก

2. ข้อดีและข้อเสีย

เกณฑ์ในการฝากเงินขั้นต่ำ: มีการกำหนดเงินฝากขั้นต่ำเพียง $100 เท่านั้นสำหรับการเปิดบัญชีกับ eToro.

มีสินทรัยพ์ให้เลือกมากมาย: ขณะนี้ eToro มีสินทรัพย์ให้เลือกซื้อขายมากกว่า 200 ชนิดทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะมีสินทรัพย์ให้เลือกซื้อขายอยู่เสมอ

เป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายๆประเทศ: อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรทางกฎหมาย 4 องค์กร แสดงให้เห็นว่า eToro นั้นเป็นโบรกเกอร์ที่ปฏิบัติตามกฎหมายและไม่หลอกลวง

ค่าสเปรดสูง: ค่าสเปรดของ eToro นั้นสูงกว่าโบรกเกอร์อื่นๆ

ไม่มีตัวเลือกบัญชีซื้อขาย: ไม่มีตัวเลือกบัญชีซื้อขายสำหรับนักลงทุนที่มีระดับประสบการณ์แตกต่างกัน

3. เงื่อนไขในการซื้อขาย

สำหรับการซื้อขายคู่สกุลเงินหรือ CFD นั้น ปัจจัยหนึ่งที่มีบทบาทอย่างมากในการกำหนดกำไรของนักลงทุนก็คือค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย และที่ eToro ไม่มีการเก็บค่าคอมมิชชั่น แต่นักลงทุนจะต้องจ่ายค่าส่วนต่าง(สเปรด)ของราคา BID และ ASK โดยทั่วไปแล้วค่าสเปรดแบบโฟลตติ้งสำหรับ EUR / USD อยู่ที่ 3 pips ในขณะที่ค่าสเปรดเฉลี่ยสำหรับสกุลเงิน USD / JPY คือ 2 pips ถึงแม้ว่าค่าสเปรดนี้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสหากรรมแต่เมื่อนักลงทุนกลายเป็น “นักลงทุนยอดนิยม” ค่าสเปรดนี้จะลดลง และในบางกรณี นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากอาจจะไม่ต้องจ่ายค่าสเปรดเลยด้วยซ้ำ

4. สินทรัพย์อ้างอิง

ตัวเลือกสินทรัพย์อ้างอิงเมื่อ eToro เปิดตัวแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบ Openbook ในปี 2010 นั้นค่อนข้างจำกัด แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี eToro ก็ได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี 2013 มี CFD ที่อ้างอิงหุ้น 110 ตัว และในปี 2014 ก็มี CFD ที่อ้างอิงบิตคอยน์​ หลังจากนั้นในเดือนเมษายน 2014 eToro ก็ได้เพิ่มจำนวนสินทรัพย์อ้างอิงด้วยการเพิ่มหุ้นของอังกฤษและเยอรมนี 130 ตัวโดยรวมถึงดัชนี FTSE100 และ DAX30 ด้วย

5. แพลตฟอร์มการซื้อขาย

ในตอนแรก แพลตฟอร์มการซื้อขายของ eToro นั้นประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลักๆคือ WebTrader และ OpenBook แต่ตอนนี้คุณสมบัติตของส่วนประกอบนี้ได้รวมกันอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวที่เรียกว่า eToro CopyTrader โดยนักลงทุนสามารถซื้อขายอย่างอิสระภายใต้โหมด “ตลาดซื้อขาย”​

และสำหรับการซื้อขายแบบโซเชียล เพียงคลิกที่ “ลองคนอื่น” เพื่อดูนักลงทุนชั้นนำและประวัติของพวกเขา โดยหน้าจอหลักจะเปลี่ยนเพื่อแสดงนักลงทุนชั้นนำและอัตราความสำเร็จของพวกเขา หากต้องการซื้อขายตามพวกเขา เพียงคลิกที่โปรไฟล์และคลิก “ลอก”

นอกจากเป็นนักลงทุนแล้ว eToro ยังให้คุณมีรายได้เพิ่มเติมจากการเป็น “นักลงทุนยอดนิยม”​ โดยภายใต้โปรแกรมนี้ นักลงทุนจะต้องให้นักลงทุนคนอื่นๆดูการซื้อขายของเขา และเมื่อมีจำนวนผู้ที่ลงทุนตามจำนวนหนึ่งแล้ว คุณจะได้รับเงินสดหรือการคืนเงินค่าสเปรด แต่โปรดทราบว่าสำหรับการเป็นนักลงทุนยอดนิยมนั้น นักลงทุนจะต้องฝากเงินขั้นต่ำ $1000 และจะต้องมีผู้ตามมาเป็นอย่างน้อยสองเดือนและมีเงินขั้นต่ำ $500

เมื่อปลายปี 2016 eToro ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรียกว่า “CopyFunds” โดย eToro ได้ยกระดับโซเชียลเทรดดิ้งไปอีกขั้น โดยแทนที่จะดูประวัตินักลงทุนแต่ละคนและเลือก “นักลงทุน” ที่ต้องการและใช้กลยุทธเดียวกับพวกเขา แต่ CopyFunds ให้คุณสามารถเลือกกองทุนได้ โดยมีกองทุนสองแบบคือ Top Trader CopyFunds และ MarketCopyFunds โดยกองทุนเหล่านี้ประกอบไปด้วยนักลงทุนชั้นนำหรือกลยุทธ์ในการลงทุนชั้นนำ

6. การซื้อขายบนมือถือ

สำหรับนักลงทุนที่ชอบซื้อขายตลอดเวลา eToro ยังมีแอปพลิเคชันการซื้อขายบนมือถือที่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ iOS และอุปกรณ์แอนดรอยด์ โดยปัจจุบันแอพพลิเคชันบนมือถือยังไม่มีฟีเจอร์ทั้งหมดของ CopyTrader แต่นักลงทุนยังสามารถซื้อขายอย่างอิสระหรือซื้อขายแบบก๊อปปี้ได้

7. บัญชีทดลอง

eToro มีบริการบัญชีทดลองสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าให้พวกเขาทดลองใช้แพลตฟอร์มการซื้อขาย หากคุณต้องการใช้บัญชีทดลอง เพียงแค่ลงทะเบียนกับ eToro และเข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของคุณ และ eToro ช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนเป็นบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ได้อย่างง่ายดายโดยสลับจากโหมดบัญชี "เสมือน" เป็นโหมดบัญชี "จริง" ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว

8. ประเภทบัญชี

eToro มีบัญชีการซื้อขายมาตรฐานเพียงประเภทเดียวเท่านั้น หากต้องการเปิดบัญชี ผู้ค้าจะต้องฝากเงินขั้นต่ำ $100 และหากคุณต้องการเข้าร่วมโครงการ "นักลงทุนยอดนิยม" จะต้องฝากเงินขั้นต่ำ $1000

9. การเปิดบัญชี

หากต้องการเปิดบัญชีการซื้อขายที่ eToro เพียงกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนและส่งไปที่ eToro ขั้นตอนการเปิดบัญชีเหมือนกับบัญชีทดลอง และหากนักลงทุนได้ลงทะเบียนกับ eToro แล้ว เขาสามารถเปลี่ยนไปใช้บัญชีการซื้อขายจริงโดยการคลิกที่ปุ่ม "จริง" ที่อยู่ในแผงเมนูซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอการซื้อขาย

10. การถอนเงิน

eToro มีบริการช่องทางการจ่ายเงินที่หลากหลายสำหรับทั้งการฝากและถอนเงินเพื่อลูกค้าทั่วโลก โดยมีวิธีต่างๆดังนี้:

  • บัตรเครดิต (VISA, MasterCard, Diners)
  • eWallets (PayPal, Skrill, Neteller, China UnionPay, WebMoney, Yandex)
  • การโอนเงินผ่านธนาคาร

หากต้องการถอนเงิน เพียงกดปุ่ม “ถอน” ที่ด้านล่างของแผงเมนูทางด้านซ้ายของหน้าจอซื้อขาย โดยสามารถถอนเงินผ่านบัตรเครดิต, Paypal หรือการโอนเงินผ่านธนาคาร สำหรับการถอนเงินระหว่าง $20 ถึง $200 นั้นมีค่าธรรมเนียม $5 และการถอนเงินระหว่าง $200 ถึง $500 มีค่าธรรมเนียม $10 สำหรับจำนวนเงินมากกว่า $500 มีค่าธรรมเนียม $25 และโดยทั่วไปแล้วการถอนเงินจะใช้เวลาทั้งหมด 5 วันทำการ อย่างไรก็ตามอาจจะใช้เวลานานกว่านั้นเนื่องจากข้อกำหนดในการดำเนินการของบุคคลที่สาม

11. การให้ความรู้นักลงทุน

เช่นเดียวกับโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ eToro มีบริการศูนย์การเรียนรู้ที่ให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่ิอเพิ่มพูนทักษะในการซื้อขายได้ โดยแหล่งข้อมูลเหล่านี้รวมถึงวิดีโอสอนลงทุน, คอร์สสอนลงทุน และ เว็บบินาร์ ซึ่งมีตั้งแต่พื้นฐานในการซื้อขายไปจนถึงวิธีการใช้งานแพลตฟอร์มของ eToro เว็บบินาร์และคอร์สสอนการลงทุนเหล่านี้จัดทำขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญของ eToro และช่วยให้นักลงทุนมือใหม่เรียนรู้ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยัง eToro มีศูนย์การเรียนรู้ที่มีบล็อกให้ความรู้และเคล็ดลับ รวมถึงอัพเดตข่าวในตลาดทุนต่างๆ

12. ฉันควรซื้อขายผ่าน eToro หรือไม่?

ตั้งแต่ eToro ได้นำแนวคิดโซเชียลเทรดดิ้งเข้ามาใช้ แนวคิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักลงทุนมือใหม่ เนื่องจากแพลตฟอร์มแบบโซเชียลเทรดดิ้งนั้นช่วยให้นักลงทุนมือใหม่สามารถใช้ประสบการณ์ของนักลงทุนที่มีประสบการณ์ได้อย่างง่ายๆและโปร่งใส ดังนั้นหากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่มีความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนเพียงเล็กน้อย eToro อาจจะเหมาะกับคุณ

รีวิวเกี่ยวกับ eToro

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ eToro
( 0 )
คะแนนโดยผู้ใช้: 4.0 / 5

แสดงความคิดเห็น